เรื่องที่ 3 ลิขสิทธิ์และการใช้ผลงานผู้อื่น
ใช้รูปภาพ ข้อความ เพลง และสื่อออนไลน์โดยเคารพเจ้าของผลงาน
เป้าหมายการเรียนรู้
นักเรียนเคารพลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ใช้รูปภาพ ข้อความ เพลง วิดีโอ และสื่อออนไลน์อย่างเหมาะสม พร้อมอ้างอิงแหล่งที่มาได้
ภาพรวมของเรื่อง
ผลงานบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้เป็นของทุกคนโดยอัตโนมัติ ผู้สร้างรูปภาพ บทความ เพลง วิดีโอ โปรแกรม หรือสไลด์มีสิทธิในผลงานของตน การนำมาใช้ในการเรียนควรทำอย่างสุจริต ไม่คัดลอกเป็นของตนเอง และควรให้เครดิตแหล่งที่มา
แนวคิดสำคัญที่ต้องเข้าใจ
- ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิของผู้สร้างผลงานในการกำหนดว่าผู้อื่นใช้ผลงานได้อย่างไร
- การคัดลอกงานผู้อื่นแล้วอ้างว่าเป็นของตนเองเป็นการไม่ซื่อสัตย์ทางวิชาการ
- การใช้สื่อควรตรวจเงื่อนไข เช่น ใช้ได้ฟรี ต้องให้เครดิต หรือห้ามใช้เพื่อการค้า
- การสรุปด้วยภาษาของตนเองดีกว่าการคัดลอกข้อความทั้งย่อหน้า
- การอ้างอิงช่วยให้ผู้อ่านตรวจแหล่งข้อมูลและเป็นการให้เกียรติเจ้าของผลงาน
ขั้นตอนการเรียนรู้และลงมือทำ
1. ตรวจว่าเนื้อหาหรือภาพที่ต้องการใช้มาจากแหล่งใด
2. ดูเงื่อนไขการใช้งานหรือสัญญาอนุญาต หากไม่แน่ใจให้เลือกแหล่งที่ระบุชัดว่าใช้เพื่อการศึกษาได้
3. ใช้เพียงส่วนที่จำเป็น ไม่คัดลอกทั้งงานโดยไม่จำเป็น
4. เขียนสรุปด้วยภาษาของตนเองและใส่เครื่องหมายคำพูดเมื่อยกข้อความสั้น ๆ โดยตรง
5. ระบุแหล่งที่มา เช่น ชื่อเว็บไซต์ ชื่อเรื่อง URL และวันที่เข้าถึง
ตัวอย่างในห้องเรียน
ถ้านักเรียนทำรายงานเรื่องความปลอดภัยดิจิทัลและใช้ภาพจากเว็บไซต์หนึ่ง ควรเขียนใต้ภาพว่า “ที่มา: ชื่อเว็บไซต์, ชื่อภาพหรือบทความ, URL, เข้าถึงเมื่อวันที่ ...” หากภาพมีเงื่อนไขห้ามนำไปแก้ไข ก็ไม่ควรตัดต่อหรือใส่ชื่อของตนเองแทนเจ้าของภาพ
ข้อควรระวังและความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- การเจอภาพใน Google ไม่ได้แปลว่าใช้ได้โดยไม่ต้องดูที่มา
- การเปลี่ยนสีหรือตัดบางส่วนของภาพไม่ได้ทำให้ภาพนั้นกลายเป็นของเรา
- อย่านำงานของเพื่อนมาแก้เล็กน้อยแล้วส่งเป็นงานตนเอง
- ถ้าไม่รู้ที่มาของสื่อ ควรเลือกสื่อใหม่จากแหล่งที่ตรวจสอบได้
กิจกรรมฝึกคิดระหว่างเรียน
ให้นักเรียนเลือกภาพหรือข้อมูล 3 ชิ้นจากแหล่งที่ครูกำหนด แล้วฝึกเขียนอ้างอิงแบบง่าย พร้อมระบุว่าใช้ได้หรือไม่ใช้ได้เพราะเงื่อนไขใด
แนวทางจัดการเรียนรู้สำหรับครู
- ช่วงนำเข้าสู่บทเรียน: ใช้คำถามหรือสถานการณ์ใกล้ตัวของนักเรียนก่อน เช่น งานในห้องเรียน การใช้คอมพิวเตอร์ การค้นข้อมูล หรือการส่งใบงาน เพื่อให้นักเรียนเห็นว่าความรู้นี้เกี่ยวข้องกับชีวิตจริง
- ช่วงสาธิต: ครูทำตัวอย่างให้ดูทีละขั้นบนกระดานหรือหน้าจอ โดยพูดให้ชัดว่ากำลังคิดอะไร ใช้ข้อมูลใด ตัดสินใจจากเงื่อนไขใด และตรวจคำตอบอย่างไร
- ช่วงลงมือปฏิบัติ: ให้นักเรียนทำงานเป็นคู่หรือกลุ่มเล็ก แบ่งหน้าที่เป็นผู้อ่านโจทย์ ผู้บันทึก ผู้ตรวจสอบ และผู้นำเสนอ เพื่อฝึกทั้งทักษะคิดและทักษะสื่อสาร
- ช่วงสะท้อนผล: ให้แต่ละกลุ่มบอกสิ่งที่ทำได้ดี จุดที่ยังสับสน และวิธีที่จะแก้ไขครั้งต่อไป ครูควรเน้นเหตุผลมากกว่าคำตอบสั้น ๆ
เกณฑ์สังเกตความเข้าใจ
- ระดับเริ่มต้น: นักเรียนบอกคำสำคัญของเรื่องได้บางส่วน แต่ยังต้องอาศัยคำถามนำจากครูในการอธิบายเหตุผลหรือเลือกวิธีทำ
- ระดับกำลังพัฒนา: นักเรียนทำตามขั้นตอนได้ ยกตัวอย่างใกล้ตัวได้ และเริ่มอธิบายได้ว่าทำไมจึงเลือกคำตอบหรือวิธีนั้น
- ระดับทำได้ดี: นักเรียนอธิบายแนวคิดด้วยคำของตนเอง ใช้เครื่องมือหรือขั้นตอนอย่างเหมาะสม ตรวจงานตนเองได้ และช่วยอธิบายให้เพื่อนได้
- หลักฐานที่ควรดู: คำอธิบายในใบงาน วิธีคิดระหว่างทำกิจกรรม การตอบคำถามอภิปราย และความสามารถในการแก้ไขงานหลังได้รับข้อเสนอแนะ
คำถามชวนอภิปราย
- ทำไมการให้เครดิตเจ้าของผลงานจึงสำคัญ
- การสรุปด้วยภาษาของตนเองต่างจากการคัดลอกอย่างไร
- ถ้าเพื่อนนำผลงานเราไปใช้โดยไม่บอก เราจะรู้สึกอย่างไร
ชิ้นงานหรือหลักฐานการเรียนรู้
งานสรุปสื่อออนไลน์ที่มีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างน้อย 3 รายการ และคำอธิบายว่าแต่ละสื่อใช้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขอย่างไร
สรุปจำง่าย
สื่อออนไลน์มีเจ้าของ ใช้อย่างเคารพ ตรวจเงื่อนไข สรุปด้วยภาษาตนเอง และอ้างอิงแหล่งที่มาเสมอ การใช้สื่ออย่างถูกต้องคือส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบดิจิทัล