กลับหน้าหน่วย
หน่วยที่ 5 ความปลอดภัยและพลเมืองดิจิทัล

เรื่องที่ 3 ลิขสิทธิ์และการใช้ผลงานผู้อื่น

ใช้รูปภาพ ข้อความ เพลง และสื่อออนไลน์โดยเคารพเจ้าของผลงาน

เนื้อหาบทเรียน

เรื่องที่ 3 ลิขสิทธิ์และการใช้ผลงานผู้อื่น

ใช้รูปภาพ ข้อความ เพลง และสื่อออนไลน์โดยเคารพเจ้าของผลงาน

เป้าหมายการเรียนรู้

นักเรียนเคารพลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ใช้รูปภาพ ข้อความ เพลง วิดีโอ และสื่อออนไลน์อย่างเหมาะสม พร้อมอ้างอิงแหล่งที่มาได้

ภาพรวมของเรื่อง

ผลงานบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้เป็นของทุกคนโดยอัตโนมัติ ผู้สร้างรูปภาพ บทความ เพลง วิดีโอ โปรแกรม หรือสไลด์มีสิทธิในผลงานของตน การนำมาใช้ในการเรียนควรทำอย่างสุจริต ไม่คัดลอกเป็นของตนเอง และควรให้เครดิตแหล่งที่มา

แนวคิดสำคัญที่ต้องเข้าใจ

  • ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิของผู้สร้างผลงานในการกำหนดว่าผู้อื่นใช้ผลงานได้อย่างไร
  • การคัดลอกงานผู้อื่นแล้วอ้างว่าเป็นของตนเองเป็นการไม่ซื่อสัตย์ทางวิชาการ
  • การใช้สื่อควรตรวจเงื่อนไข เช่น ใช้ได้ฟรี ต้องให้เครดิต หรือห้ามใช้เพื่อการค้า
  • การสรุปด้วยภาษาของตนเองดีกว่าการคัดลอกข้อความทั้งย่อหน้า
  • การอ้างอิงช่วยให้ผู้อ่านตรวจแหล่งข้อมูลและเป็นการให้เกียรติเจ้าของผลงาน

ขั้นตอนการเรียนรู้และลงมือทำ

1. ตรวจว่าเนื้อหาหรือภาพที่ต้องการใช้มาจากแหล่งใด
2. ดูเงื่อนไขการใช้งานหรือสัญญาอนุญาต หากไม่แน่ใจให้เลือกแหล่งที่ระบุชัดว่าใช้เพื่อการศึกษาได้
3. ใช้เพียงส่วนที่จำเป็น ไม่คัดลอกทั้งงานโดยไม่จำเป็น
4. เขียนสรุปด้วยภาษาของตนเองและใส่เครื่องหมายคำพูดเมื่อยกข้อความสั้น ๆ โดยตรง
5. ระบุแหล่งที่มา เช่น ชื่อเว็บไซต์ ชื่อเรื่อง URL และวันที่เข้าถึง

ตัวอย่างในห้องเรียน

ถ้านักเรียนทำรายงานเรื่องความปลอดภัยดิจิทัลและใช้ภาพจากเว็บไซต์หนึ่ง ควรเขียนใต้ภาพว่า “ที่มา: ชื่อเว็บไซต์, ชื่อภาพหรือบทความ, URL, เข้าถึงเมื่อวันที่ ...” หากภาพมีเงื่อนไขห้ามนำไปแก้ไข ก็ไม่ควรตัดต่อหรือใส่ชื่อของตนเองแทนเจ้าของภาพ

ข้อควรระวังและความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

  • การเจอภาพใน Google ไม่ได้แปลว่าใช้ได้โดยไม่ต้องดูที่มา
  • การเปลี่ยนสีหรือตัดบางส่วนของภาพไม่ได้ทำให้ภาพนั้นกลายเป็นของเรา
  • อย่านำงานของเพื่อนมาแก้เล็กน้อยแล้วส่งเป็นงานตนเอง
  • ถ้าไม่รู้ที่มาของสื่อ ควรเลือกสื่อใหม่จากแหล่งที่ตรวจสอบได้

กิจกรรมฝึกคิดระหว่างเรียน

ให้นักเรียนเลือกภาพหรือข้อมูล 3 ชิ้นจากแหล่งที่ครูกำหนด แล้วฝึกเขียนอ้างอิงแบบง่าย พร้อมระบุว่าใช้ได้หรือไม่ใช้ได้เพราะเงื่อนไขใด

แนวทางจัดการเรียนรู้สำหรับครู

  • ช่วงนำเข้าสู่บทเรียน: ใช้คำถามหรือสถานการณ์ใกล้ตัวของนักเรียนก่อน เช่น งานในห้องเรียน การใช้คอมพิวเตอร์ การค้นข้อมูล หรือการส่งใบงาน เพื่อให้นักเรียนเห็นว่าความรู้นี้เกี่ยวข้องกับชีวิตจริง
  • ช่วงสาธิต: ครูทำตัวอย่างให้ดูทีละขั้นบนกระดานหรือหน้าจอ โดยพูดให้ชัดว่ากำลังคิดอะไร ใช้ข้อมูลใด ตัดสินใจจากเงื่อนไขใด และตรวจคำตอบอย่างไร
  • ช่วงลงมือปฏิบัติ: ให้นักเรียนทำงานเป็นคู่หรือกลุ่มเล็ก แบ่งหน้าที่เป็นผู้อ่านโจทย์ ผู้บันทึก ผู้ตรวจสอบ และผู้นำเสนอ เพื่อฝึกทั้งทักษะคิดและทักษะสื่อสาร
  • ช่วงสะท้อนผล: ให้แต่ละกลุ่มบอกสิ่งที่ทำได้ดี จุดที่ยังสับสน และวิธีที่จะแก้ไขครั้งต่อไป ครูควรเน้นเหตุผลมากกว่าคำตอบสั้น ๆ

เกณฑ์สังเกตความเข้าใจ

  • ระดับเริ่มต้น: นักเรียนบอกคำสำคัญของเรื่องได้บางส่วน แต่ยังต้องอาศัยคำถามนำจากครูในการอธิบายเหตุผลหรือเลือกวิธีทำ
  • ระดับกำลังพัฒนา: นักเรียนทำตามขั้นตอนได้ ยกตัวอย่างใกล้ตัวได้ และเริ่มอธิบายได้ว่าทำไมจึงเลือกคำตอบหรือวิธีนั้น
  • ระดับทำได้ดี: นักเรียนอธิบายแนวคิดด้วยคำของตนเอง ใช้เครื่องมือหรือขั้นตอนอย่างเหมาะสม ตรวจงานตนเองได้ และช่วยอธิบายให้เพื่อนได้
  • หลักฐานที่ควรดู: คำอธิบายในใบงาน วิธีคิดระหว่างทำกิจกรรม การตอบคำถามอภิปราย และความสามารถในการแก้ไขงานหลังได้รับข้อเสนอแนะ

คำถามชวนอภิปราย

  • ทำไมการให้เครดิตเจ้าของผลงานจึงสำคัญ
  • การสรุปด้วยภาษาของตนเองต่างจากการคัดลอกอย่างไร
  • ถ้าเพื่อนนำผลงานเราไปใช้โดยไม่บอก เราจะรู้สึกอย่างไร

ชิ้นงานหรือหลักฐานการเรียนรู้

งานสรุปสื่อออนไลน์ที่มีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างน้อย 3 รายการ และคำอธิบายว่าแต่ละสื่อใช้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขอย่างไร

สรุปจำง่าย

สื่อออนไลน์มีเจ้าของ ใช้อย่างเคารพ ตรวจเงื่อนไข สรุปด้วยภาษาตนเอง และอ้างอิงแหล่งที่มาเสมอ การใช้สื่ออย่างถูกต้องคือส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบดิจิทัล

สื่อในบทเรียนนี้

กิจกรรมและใบงานที่ควรทำคู่กับบทเรียน